รากฟันเทียมอันตรายไหม ความเสี่ยงและวิธีดูแล โดยทันตแพทย์เฉพาะทางรากฟันเทียม

รากฟันเทียมอันตรายไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้ และวิธีลดความเสี่ยง

หลายคนอยากทำรากฟันเทียมแต่ลังเล เพราะได้ยินมาว่า “ฝังเหล็กเข้าไปในกระดูก” ฟังดูน่ากลัว คำถามที่ตามมาเสมอคือ รากฟันเทียมอันตรายไหม บทความนี้จะตอบตรง ๆ ว่าความเสี่ยงมีอะไรบ้าง เกิดกับใครมากกว่ากัน และทำอย่างไรให้เหลือน้อยที่สุด

รากฟันเทียมปลอดภัยแค่ไหน

รากฟันเทียมถูกใช้ในวงการทันตกรรมมากว่า 50 ปี และเป็นวิธีทดแทนฟันที่มีงานวิจัยรองรับมากที่สุดวิธีหนึ่ง งานวิจัยระยะยาวรายงานอัตราการอยู่รอดของรากฟันเทียมอยู่ในช่วงราว 90–95% เมื่อติดตามผล 10 ปี ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการรักษาทางการแพทย์ทั่วไป

พูดอีกแบบคือ ความเสี่ยงมีจริง แต่เป็นส่วนน้อย และส่วนใหญ่ ป้องกันได้ตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้จริง มีอะไรบ้าง

1. เยื่อรอบรากเทียมอักเสบ (Peri-implantitis)

เป็นภาวะที่พบบ่อยที่สุด เกิดจากคราบจุลินทรีย์สะสมรอบรากเทียมจนเหงือกอักเสบ และลุกลามไปถึงกระดูกที่ยึดรากเทียมไว้ ถ้าปล่อยไว้นานกระดูกจะละลายจนรากเทียมโยกและหลุดได้

จุดสำคัญคือภาวะนี้ มักไม่ปวด ในระยะแรก กว่าจะรู้ตัวก็เสียกระดูกไปมากแล้ว การมาตรวจตามนัดจึงไม่ใช่เรื่องสิ้นเปลือง แต่คือการจับปัญหาตั้งแต่ยังแก้ง่าย

2. รากเทียมไม่ยึดติดกับกระดูก

ปกติกระดูกจะค่อย ๆ เชื่อมกับผิวรากเทียมในช่วง 2–6 เดือนแรก ในบางเคสการเชื่อมนี้ไม่สมบูรณ์ ทำให้รากเทียมโยกและต้องเอาออก กรณีแบบนี้ส่วนใหญ่สามารถรอให้แผลหายแล้วฝังใหม่ได้

3. การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทหรือโพรงไซนัส

ฟันล่างด้านหลังอยู่ใกล้เส้นประสาท ส่วนฟันบนด้านหลังอยู่ใกล้โพรงไซนัส ถ้าวางตำแหน่งหรือความลึกผิดอาจเกิดอาการชาริมฝีปาก หรือรากเทียมทะลุเข้าโพรงไซนัสได้

ความเสี่ยงข้อนี้ ลดลงมากเมื่อวางแผนด้วยภาพเอกซเรย์สามมิติ (CBCT) ก่อนผ่าตัด เพราะทันตแพทย์จะเห็นตำแหน่งเส้นประสาทและความหนาของกระดูกจริงก่อนลงมือ

4. การติดเชื้อหลังผ่าตัด

พบได้ไม่บ่อยเมื่อทำในคลินิกที่ควบคุมการปลอดเชื้อตามมาตรฐาน และผู้ป่วยดูแลแผลตามคำแนะนำ

ใครที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป

  • ผู้สูบบุหรี่ — เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนที่สุด ทำให้แผลหายช้าและรากเทียมล้มเหลวมากขึ้นหลายเท่า
  • ผู้ที่เบาหวานคุมน้ำตาลไม่ได้ — แผลหายช้าและติดเชื้อง่ายกว่า แต่ถ้าคุมน้ำตาลได้ดีก็ทำรากเทียมได้ตามปกติ
  • ผู้ที่เป็นโรคปริทันต์อยู่เดิม — ควรรักษาเหงือกให้สงบก่อน ไม่เช่นนั้นเชื้อเดิมจะย้ายมาที่รากเทียม
  • ผู้ที่นอนกัดฟัน — แรงกัดที่มากเกินไปอาจทำให้ตัวครอบแตกหรือสกรูคลาย มักแก้ด้วยการใส่เฝือกสบฟันตอนนอน
  • ผู้ที่ทานยากลุ่มรักษากระดูกพรุนหรือเคยฉายรังสีบริเวณขากรรไกร — ต้องแจ้งทันตแพทย์ทุกครั้ง เพราะมีผลต่อการหายของกระดูกโดยตรง

ข้อสำคัญคือกลุ่มเหล่านี้ ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้ แต่แปลว่าต้องประเมินและเตรียมตัวมากกว่าคนทั่วไป

ไทเทเนียมที่ฝังในกระดูก อันตรายกับร่างกายไหม

รากฟันเทียมส่วนใหญ่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ในวงการแพทย์มานาน ทั้งในการดามกระดูกและเปลี่ยนข้อเทียม เพราะร่างกายยอมรับได้ดีและไม่เป็นสนิม การแพ้ไทเทเนียมพบได้น้อยมาก

  • เข้าเครื่อง MRI ได้ — ไทเทเนียมไม่ถูกดูดด้วยแม่เหล็ก แต่ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนตรวจทุกครั้ง
  • ผ่านเครื่องสแกนสนามบินได้ตามปกติ — ขนาดเล็กเกินกว่าจะทำให้เครื่องแจ้งเตือน
  • ไม่ทำให้เกิดมะเร็ง — ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่เชื่อมโยงรากฟันเทียมกับการเกิดมะเร็ง

วิธีลดความเสี่ยงให้เหลือน้อยที่สุด

  • เลือกทันตแพทย์เฉพาะทางรากฟันเทียม และคลินิกที่มีเอกซเรย์สามมิติวางแผนก่อนทำ
  • บอกประวัติสุขภาพให้ครบ ทั้งโรคประจำตัว ยาที่ทานอยู่ และประวัติการฉายรังสี
  • งดบุหรี่ อย่างน้อยช่วงก่อนและหลังผ่าตัด ยิ่งเลิกได้ถาวรยิ่งดีต่ออายุการใช้งาน
  • ทำความสะอาดรอบรากเทียมทุกวัน ด้วยแปรงสีฟันร่วมกับไหมขัดฟันหรือแปรงซอกฟัน
  • มาตรวจตามนัดทุก 6 เดือน เพื่อตรวจระดับกระดูกและขูดคราบรอบรากเทียม

สัญญาณที่ควรรีบกลับมาพบทันตแพทย์

  • เหงือกรอบรากเทียมบวมแดง หรือมีเลือดออกเวลาแปรงฟัน
  • รู้สึกว่าตัวฟันโยก หรือกัดแล้วรู้สึกต่างจากเดิม
  • มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติบริเวณรากเทียม
  • ปวดบวมที่กลับมาใหม่หลังจากแผลหายดีแล้ว
  • อาการชาริมฝีปากหรือคางที่ไม่หายไปหลังผ่าตัด

คำถามที่พบบ่อย

รากฟันเทียมอยู่ได้ตลอดชีวิตไหม?
ตัวรากเทียมที่ยึดกับกระดูกดีแล้วมักอยู่ได้ยาวนานหลายสิบปี แต่ตัวครอบฟันด้านบนเป็นส่วนที่สึกหรอตามการใช้งาน และอาจต้องเปลี่ยนในอนาคต อายุการใช้งานขึ้นอยู่กับการทำความสะอาดและการมาตรวจตามนัดเป็นหลัก
ถ้ารากเทียมล้มเหลว จะทำใหม่ได้ไหม?
ส่วนใหญ่ทำได้ โดยทันตแพทย์จะเอารากเดิมออก รอให้กระดูกหายดี บางเคสอาจต้องปลูกกระดูกเสริมก่อนฝังใหม่ สิ่งสำคัญกว่าคือหาสาเหตุให้เจอว่าทำไมครั้งแรกถึงไม่สำเร็จ
อายุมากแล้วทำรากฟันเทียมได้ไหม?
อายุไม่ใช่ข้อห้ามโดยตรง สิ่งที่ทันตแพทย์ดูคือสภาพกระดูก สุขภาพเหงือก และโรคประจำตัวมากกว่าตัวเลขอายุ ผู้สูงอายุที่สุขภาพแข็งแรงสามารถทำรากฟันเทียมได้
ปล่อยช่องว่างไว้เฉย ๆ ไม่ทำอะไรเลย เสี่ยงกว่าไหม?
การปล่อยช่องว่างไว้นานมีผลตามมาเช่นกัน กระดูกบริเวณนั้นจะค่อย ๆ ละลายเพราะไม่มีแรงกระตุ้น ฟันข้างเคียงอาจล้มเอียงเข้าหาช่องว่าง และฟันคู่สบอาจยื่นยาวลงมา ทำให้การรักษาในอนาคตซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น

สรุป

รากฟันเทียมเป็นการรักษาที่มีความปลอดภัยสูงและมีงานวิจัยรองรับยาวนาน ความเสี่ยงที่พบส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัววัสดุ แต่มาจาก การวางแผนที่ไม่ละเอียดพอ และการดูแลความสะอาดหลังทำ ซึ่งทั้งสองอย่างควบคุมได้

ปรึกษาเรื่องรากฟันเทียม

ทุกเคสมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน การจะรู้ว่าคุณมีความเสี่ยงตรงไหนบ้าง ต้องตรวจสภาพเหงือกและเอกซเรย์ดูกระดูกจริงก่อน

Little Tooth Dental Clinic ปิ่นเกล้า ดูแลโดย ทันตแพทย์เฉพาะทางรากฟันเทียม อ่านข้อมูลบริการเพิ่มเติมที่หน้า รากฟันเทียม ปิ่นเกล้า

ชั้น 3 Onemall ปิ่นเกล้า · เปิดทุกวัน 11:00–20:00 น.
โทร 083-996-1175 · LINE @littletoothdental

1 thought on “รากฟันเทียมอันตรายไหม? ความเสี่ยงที่ควรรู้ และวิธีลดความเสี่ยง”

  1. Pingback: รากฟันเทียมเจ็บไหม? ปวดกี่วัน วิธีดูแลหลังทำ | Little Tooth

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *